ผมว่าสุภาษิตนี้ ทุกคนคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมันยังเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย ๆ หน่อยล่ะมั๊ง
เป็นเรื่องของ คนที่ทำความดีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน ผมก็เป็นคนนึงที่ทำ ไอ้อย่าง
ที่ว่านี้ค่อนข้างจะบ่อย ซึ่งพอเริ่มทำ แรก ๆ ก็รู้สึกดีอยู่หรอก เพราะคิดไว้ว่าซักวันนึง เพื่อน ๆ
ของผม จะตระหนักในสิ่งที่ผมทำ แต่พอชักนานเข้า ๆ แทนที่พวกเพื่อน ๆ จะเห็นในสิ่งที่ผมทำนั้น
มันก็ยังคงถูกทิ้งไว้ในที่เดิม ของมันอยู่นั่นแหละ ไม่มีแม้แต่ ปฏิกิริยาตอบโต้เลย ผมแค่อยากจะ
ได้เห็น เพื่อน ๆ ทุกคน พัฒนาตัวเองขึ้น เพราะใน สายอาชีพของเรานั้น การอยู่เฉย ๆ ก็เหมือน
กับการรอคนอื่น หรือคลื่นลูกหลังมาไล่แซง ผมไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปแข่งกับใครเลย
เพียงแต่ชนะตัวเองให้ได้ก็พอแล้ว
สิ่งผมทำอยู่นั้นมันเริ่มทำให้ผมท้อ และทำให้คิดว่า "เอ.. เราควร
จะทำต่อไปด้มั๊ยนะ" เพราะการที่หาอะไรใหม่ ๆ มาเผยแพร่ความรู้ให้เพื่อน ๆ มันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่
ถ้าเรา ตักน้ำใส่ตุ่มที่ปิดฝาอยู่ แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา พอคิดอย่างนี้มันก็เลยท้อไปกันใหญ่ ผมเลย
คิดว่า สิ่งที่ผมทำอนู่นั้นมันช่างเหมือนกับ "การปิดทองหลังพระพุทธรูปองค์ใหญ่" ซึ่งทั้งไม่มีคนเห็น
และตัวเองก็เหนื่อยอีกด้วย หรืออาจจะเป็นเพราะ ผมคาดหว้งจากสิ่งที่จะได้รับมากเกินไป หรือเพราะ
ผมยังมีกิเลสอยู่ ( แต่กิเลสของผมคือการอยากให้เพื่อน ๆ ได้ดี )
แล้วคุณล่ะครับ เคยเป็นแบบผมบ้างหรือเปล่า
edit @ 2005/07/29 00:26:00